โทร : 02-1307222 (AUTO 20 คู่สาย)
HOTLINE : 095-5168090 l 095-5163250 l 095-5165390 l -095-5163950

ทัวร์เวียดนามกลาง

ทัวร์เวียดนามกลางแนะนำ

ดานัง ฮอยอัน เว้ บานาฮิลล์

ทัวร์เวียดนามกลาง ที่Holidayfc คัดสรรมาให้สำหรับลูกค้าทุกท่าน ได้ลองสัมผัสกับ รายการทัวร์คุณภาพ ซึ่งนอกเหนือจากนี้ ยังมีรายการทัวร์คุณภาพอีกมากมาย ซึ่งนี่เป็นการเลือกสรรจากทีมงาน Holidayfc เท่านั้น

3วัน 2คืน

DREAM CENTRAL VIETNAM [HZETPG] [พ.ค.-ธ.ค.61]

เริ่มต้นเพียง10,888.-
เที่ยวชมเมืองดานัง
ชม หมู่บ้านแกะสลักหินอ่อน
ชม สุสานจักรพรรดิไคดิงห์
ชมพระราชวังเว้
4วัน 3คืน

ROMANTIC BANAHILL [HZETFD] [ก.พ.-ส.ค.61]

เริ่มต้นเพียง12,888.-
ล่องเรือกระด้งหมู่บ้านกั๊มทาน
ล่องเรือมังกรชมแม่น้ำหอม
ชม หมู่บ้านแกะสลักหินอ่อน
นั่งกระเช้าสู่ บานาฮิลล์
4วัน 3คืน

เวียดนามกลาง ดานัง เว้ ฮอยอัน [HJWTFD][ก.พ.-ต.ค.61]

เริ่มต้นเพียง12,900.-
ล่องเรือมังกรที่แม่น้ำหอม
นั่งกระเช้าขึ้นภูเขาบานาฮิลล์
ชมหมู่บ้านแกะสลักหินอ่อน
ช้อปปิ้งตลาดฮาน
4วัน 3คืน

เวียดนามกลาง ดานัง-เว้-ฮอยอัน บาน่าฮิลล์ [HJWTFD][ก.พ.-ต.ค.61]

เริ่มต้นเพียง11,900.-
เมืองตากอากาศบานาฮิลล์
สัมผัสสวนดอกไม้
นั่งเคเบิลคาร์ธรรมชาติ
เมืองมรดกโลกเว้-ฮอยอัน
4วัน 3คืน

เวียดนามกลาง เว้ ดานัง ฮอยอัน [HBIDVN08PG] [ ก.ค.-ก.ย.61]

เริ่มต้นเพียง12,900.-
ล่องเรือชมความงามแม่น้ำหอม
เที่ยวชมเมืองเว้ ชมเจดีย์เทียนมู
เที่ยวสวนสนุก The Fantasy Park
ช้อปปิ้งตลาดดองบาและตลาดฮาน
ทัวร์เวียดนามกลาง
4วัน 3คืน

เวียดนามกลาง-ดานัง-เว้-ฮอยอัน-บานาฮิลล์ 4วันพักหรู 4ดาว[HJWTFD][พ.ค.-ต.ค.61]

เริ่มต้นเพียง11,999.-
เมืองตากอากาศบานาฮิลล์
สัมผัสสวนดอกไม้
นั่งเคเบิ้ลคาร์ ชมธรรมชาติ
เมืองมรดกโลกเว้-ฮอยอัน
4วัน 3คืน

โปรนี้ดี…ที่ดานัง เวียดนามกลาง เว้ ดานัง ฮอยอัน [HBIDVN08FD] [เม.ย.-ก.ย.61]

เริ่มต้นเพียง12,900.-
ชมเมืองเว้ชมเจดีย์เทียนมู
ชมพระราชวังหลวงราชวงศ์เหวียน
ล่องเรือชมแม่น้ำหอม
ช้อปปิ้งตลาดดองบา

สถานที่น่าไปสำหรับ

ทัวร์เวียดนามกลาง

อุโมงค์หวิงห์ม็อก
สุสานของพระเจ้าไคดิงห์
นครจักรพรรดิเมืองเว้
วัดเทียนหมู่
สุสานจักรพรรดิตือดึ๊ก
อนุสาวรีย์ผู้เสียสละ

อุโมงค์หวิงห์ม็อก ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองเว้มาทางทิศเหนือราว 65 กิโลเมตร นับเป็นอุโมงค์ใต้ดินที่คนทั้งหมู่บ้านอาศัยอยู่เป็นเวลาหลายปีเพื่อหลบภัยจากการทิ้งระเบิดอย่างต่อเนื่องในสมัยสงครามเวียดนาม แม้ว่าคนส่วนใหญ่จะพากันอพยพไปอยู่ในส่วนอื่นๆ ของประเทศ แต่ก็มีชาวบ้านจำนวนกว่า 300 คน ที่ยังอาศัยอยู่ภายในอุโมงค์คนรูแห่งนี้เป็นเวลากว่า 5 ปี นับจากปี พ.ศ. 2509-2514ภายในเครือข่ายอุโมงค์ที่มีความยาวกว่า 2,000 เมตร นี้ แบ่งออกเป็น 3 ชั้น มีทางเข้าออกทั้งหมด 13 ทาง แต่ละชั้นจะมีการสร้างเป็นห้องต่างๆ ทางซ้ายและขวา โดยชั้นแรกมีจุดเด่นน่าชมอยู่ที่ห้องที่ใช้คลอดเด็กทารกถึง 17 คน และชั้นที่สองเป็นส่วนที่ใช้ในการประชุมในสมัยสงคราม จากนั้นจะมีทางเดินลงสู่ชั้นที่ 3 ของอุโมงค์ ซึ่งค่อนข้างชันควรใช้ความระมัดระวัง อุโมงค์หวิงห์ม็อกสามารถเที่ยวชมได้ตลอดปี เพียงแต่ในฤดูฝนอาจจะมีความยากลำบากในการเดินทางสักหน่อย และควรนำไฟฉายติดตัวมาด้วยเพราะทางเดินภายในอุโมงค์ค่อนข้างมืด

สุสานของพระเจ้าไคดิงห์ เพราะเป็นเพียงสุสานเดียวที่มีการผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมตะวันออกเข้ากับสถาปัตยกรรมตะวันตก ด้วยทรงเป็นจักรพรรดิในราชวงศ์เหวียนพระองค์เดียวที่ได้เดินทางไปประเทศฝรั่งเศส สุสานแห่งนี้สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กอย่างดี โดยใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 11 ปี พระเจ้าไคดิงห์เป็นพระบิดาบุญธรรมของพระเจ้าเบ๋าได่ ทรงครองราชย์อยู่ 9 ปี ในยุคที่ฝรั่งเศสเข้ามาปกครองทางเดินขึ้นสุสานได้รับการตกแต่งเป็นบันไดมังกรอันโอ่อ่าที่จะพาคุณขึ้นไปสู่สานชั้นหนึ่ง จากนั้นมีบันไดต่อไปยังลานชั้นสองที่เรียงรายด้วยรูปปั้นหินของช้าง ม้า ข้าราชการทหารและพลเรือน กลางลานมีแผ่นจารึกเขียนด้วยอักษรจีน นิพนธ์โดยพระเจ้าเบ๋าได่ เพื่อรำลึกถึงพระบิดาของพระองค์ ส่วนด้านบนสุดเป็นพระราชวังเทียนดิงห์ ภายในมีการตกแต่งอย่างสวยงามด้วยการใช้กระเบื้องสีปูพื้นจิตรกรรมฝาผนังภาพมังกรในม่านเมฆขนาดใหญ่ที่วาดโดยใช้ศิลปินที่เขียนภาพด้วยเท้า ประดับอยู่บนเพดานกลางห้องโถง ส่วนทางซ้ายและขวาเป็นภาพเฟรสโกอันเต็มไปด้วยสีสันที่ตกแต่งด้วยการฝังกระจกสีและกระเบื้องนับพันชิ้น แสดงถึงเรื่องราวมากมายของสัตว์ ต้นไม้ และดอกไม้ ตลอดจนรูปปั้นสำริดขนาดเท่าองค์จริงของพระเจ้าไคดิงห์ ซึ่งสร้างที่ฝรั่งเสศในปี พ.ศ. 2465 ตั้งอยู่บนยกพื้นด้านบนของสุสาน

นครจักรพรรดิ การมาเที่ยวเมืองเว้ โปรแกรมที่พลาดไม่ได้ก็คือการได้มาชมนครแห่งจักรพรรดิที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง มรดกตกทอดอันยิ่งใหญ่และสวยงามของราชวงศ์เหวียน นครจักรพรรดิหรือพระราชวังแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นตามแบบแผนความเชื่อของจีน ได้รับการออกแบบให้มีกำแพงล้อมรอบถึง 3 ชั้น จุดน่าสนใจของการเที่ยวชม หลังจากที่คุณข้ามสะพานเดินลองผ่านซุ้มประตูหรือกำแพงชั้นนอกเข้าไป จะได้พบกับ ซุนทานกง หรือ ปืนใหญ่ 9 เทพเจ้า ซึ่งอยู่ทางด้านขวามือ หมายถึงเทพ 5 องค์ ตัวแทนของธาตุทั้ง 5 คือ โลหะ น้ำ ไม้ ไฟ และดิน ส่วนอีก 4 องค์ เป็นตัวแทนของฤดูกาลทั้ง 4 ฤดูใน 1 ปี ถัดมาเป็นกำแพงเหลือง ซึ่งเป็นกำแพงชั้นกลางที่ล้อมรอบนครของจักรพรรดิ พระราชวัง วัด และสวนดอกไม้เอาไว้ ในส่วนนี้มีประตูทางเข้าที่ตกแต่งเอาไว้อย่างสวยงาม 4 ประตู ประตูที่สำคัญที่สุด คือ โหงะโมน หรือ ประตูเที่ยงวัน ที่สร้างขึ้นครั้งแรกด้วยหินแกรนิตในสมัยพระเจ้ามิงห์หม่าง เมื่อคุณผ่านลอดประตูชั้นที่สอง โดยข้ามสะพานน้ำทอง ซึ่งเคยถูกสงวนไว้เฉพาะจักรพรรดิเท่านั้น คุณจะเจอกับพระราชวังไทเฮา อันเป็นวังที่สำคัญที่สุดในนครจักรพรรดิ ใช้สำหรับต้อนรับเชื้อพระวงศ์ระดับสูง และนักการทูตต่างประเทศ นอกจากนั้นราชสำนักยังใช้เป็นที่จัดงานฉลองสำคัญต่างๆ เช่นกัน

วัดเทียนหมู่ตั้งอยู่ฝั่งซ้ายของริมแม่น้ำหอมของประเทศเวียดนาม ทางไปสุสานของพระเจ้ามิงห์หม่าง วัดแห่งนี้นับเป็นศูนย์กลางทางพุทธศาสนานิกายเซน จุดเด่นที่สุดของวัดแห่งนี้คือ เจดีย์ทรงเก๋ง 8 เหลี่ยม สูงลดหลั่นกัน 7 ชั้น แต่ละชั้นเป็นตัวแทนของชาติภพต่างๆ ของพระพุทธเจ้า ส่วนทางฝั่งซ้ายและขวาเป็นที่ตั้งของศิลาจารึกและระฆังสำริดขนาดใหญ่หนักถึง 2,000 กิโลกรัม ถัดมาทางด้านหลังของเจดีย์เป็นประตูทางเข้าสู่บริเวณภายในวัด มีรูปปั้นเทพเจ้า 6 องค์ คอยยืนเฝ้าปกป้องไม่ให้ความชั่วร้ายเข้ามาเยือนและวัดแห่งนี้เองมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และการเมืองในช่วงยุคหลังของเวียตนาม เมื่อพระภิกษุทิกกวางหยุก เจ้าอาวาสของวัดเทียนมู่ได้ใช้รถออสตินสีฟ้าคันเล็กเป็นพาหนะไปเผาตัวเองที่กลางกรุงไซ่ง่อนหรือโฮจิมินห์ซิตี้ในปัจจุบัน ในช่วงสายของวันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2506 เพื่อประท้วงการบังคับให้ประชาชนไปนับถือศาสนาคริสต์และการฉ้อราษฎร์บังหลวงของรัฐบาลโงดินห์เดียมที่เป็นคาทอลิก รวมทั้งใช้ความรุนแรงขัดขวางการฉลองวันวิสาขบูชาของประชาชนในประเทศ ปัจจุบันรถออสตินสีฟ้าคันนั้นได้ถูกเก็บรักษาและจัดแสดงไว้ภายในวัดแห่งนี้

สุสานจักรพรรดิตือดึ๊ก ที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองเว้สุสานของพระเจ้าตือดึ๊ก แม้จะมีตัวอาคารไม่มากนัก แต่ก็มีความสวยงามลงตัวของสถานที่ ซึ่งตามบันทึกกล่าวว่าพระองค์ได้ทรงออกแบบเองเกือบทั้งสิ้น สุสานแห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2407 ใช้เวลา 3 ปี จึงแล้วเสร็จ โดยใช้แรงงานคนถึง 3,000 คน พระเจ้าตือดึ๊กเป็นโอรสของพระเจ้าเถี่ยวตรีจักรพรรดิองค์ที่ 4 แห่งราชวงศ์เหวียนที่ทรงครองราชย์นานถึง 36 ปีจุดเด่นน่าชมของสุสานแห่งนี้ คือ ตำหนัก 2 แห่งภายใต้อาคารไม้เก่าแก่ที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบลูเคียม อันรายล้อมด้วยดอกบัวที่บานสะพรั่งส่งกลิ่นหอมไปทั่ว พระองค์ทรงใช้เวลาว่างในตำหนักแห่งนี้นิพนธ์บทกวีและพักผ่อนหย่อนใจด้วยการตกปลา ถัดมาที่ส่วนกลาวงของสุสานมีศิลาจารึกขนาดใหญ่ที่กล่าวถึงพระเกียรติคุณและเรื่องราวต่างๆ เกิดขึ้นในรัชสมัย และอาคารทรงโรงขนาดใหญ่ที่ใช้เป็นโรงละครสมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ส่วนตัวสุสานของพระองค์นั้นอยู่ด้านในสุด รายล้อมไปด้วยความร่มรื่นของทิวสน ต้นไม้ที่แสดงถึงความเป็นอมตะ เพราะมีต้นไม้เพียงชนิดเดียวเท่านั้นที่มีใบเขียวตลอดปี ชาวเวียดนามจึงนำไปเปรียบเทียบกับความเป็นอมตะขององค์จักรพรรดิแห่งราชวงศ์เหวียน

อนุสาวรีย์ผู้เสียสละ ถึงแม้ว่าเมืองเว้จะไม่ใช่สมรภูมิรบอันดุเดือดถ้าเทียบกับเมืองด่งฮา จังหวัดกวางตรี ซึ่งอยู่ในเขตปลอดทหาร DMZ แต่เมืองท่าริมแม่น้ำหานแห่งนี้ก็ยังมีสิ่งหลงเหลือจากสมัยสงครามให้ได้เยี่ยมชม ตั้งแต่อนุสาวรีย์ผู้เสียสละ ที่คุณสามารถพบเห็นได้ในทุกใจกลางเมืองของประเทศเวียดนาม ลักษณะเป็นแท่งหินสูง ด้านหน้าเป็นแท่นบูชาใช้สำหรับรำลึกถึงวีรบุรุษผู้กล้าหาญ บริเวณรอบๆ รายล้อมด้วยสวนหย่อมที่ตกแต่งไว้อย่างสวยงาม ถัดออกมาทางเหนือของเมืองตามชายฝั่งทะเล มีฐานทัพอากาศเก่าๆ อยู่แห่งหนึ่ง ปัจจุบันใช้เป็นที่ฝึกอบรมของกองทัพเวียดนาม และสถานกงสุลเก่าของอเมริกาที่ตั้งอยู่บนถนนแบ็กดัง เลียบขนานไปกับแม่น้ำหาน

รูปภาพเวียดนามกลาง