โทร : 02-056-4101 (AUTO 20 คู่สาย)
HOTLINE : 095-516-8090 | 095-516-3950 | 095-516-6230 | 095-516-3250 | 085-511-3136

ทัวร์ซีอาน

ทัวร์ซีอานแนะนำ

ทัวร์ซีอาน ที่Holidayfc คัดสรรมาให้สำหรับลูกค้าทุกท่าน ได้ลองสัมผัสกับ รายการทัวร์คุณภาพ
ซึ่งนอกเหนือจากนี้ ยังมีรายการทัวร์คุณภาพอีกมากมาย ซึ่งนี่เป็นการเลือกสรรจากทีมงาน Holidayfc เท่านั้น

    จัดเรียงตาม

    สถานที่น่าไปสำหรับ

    ทัวร์ซีอาน

    วัดฝ่าเหมิน
    สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้
    ตึกสองพี่น้อง
    เจดีย์ห่านป่าใหญ่
    อุทยานน้ำพุร้อนหัวชิง
    Bell Tower

    วัดฝ่าเหมิน (Famen temple)วัดฝ่าเหมิน อำเภอฝูเฟิง มณฑลส่านซี เป็นวัดที่มีชื่อเสียงโด่งดัง เนื่องจากมีพระบรมสารีริกธาตุของ พระพุทธเจ้าศากยมุนี ตั้งประดิษฐานอยู่เมื่อเดือนเมษายน 1987 นักโบราณคดีจีนได้พบวัง ใต้ดินวังหนึ่งภายใต้ฐานเจดีย์วัดฝ่าเหมินในการบูรณะซ่อมแซมเจดีย์องค์นี้ โบราณวัตถุ อันล้ำค่าที่เก็บไว้ในวังใต้ดินทำให้ผู้คนทั่วโลกรู้สึกทึ่ง จึงถือกันว่า เป็นสิ่งสำคัญอีก ประการหนึ่งที่ได้ค้นพบหลังหุ่นทหารและม้าสมัยจิ๋นซีฮ่องเต้ในมณฑลส่านซีของจีนวัดฝ่าเหมิน ตั้งอยู่ในอำเภอฝูเฟิง ที่ห่างจากเมืองซีอานไปทางทิศตะวันตกเพียง 120 กิโลเมตร

    สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้(Museum of Qin Terra Cotta Warriors)ไม่กี่ปีที่ผ่านมา ได้ปรากฏสิ่งมหัศจรรย์ที่ตะลึงคนทั่วโลก คือการค้นพบกองทัพหุ่นทหาร และม้าประจำสุสานของจอมจักรพรรดิแห่งราชวงศ์ฉิน (จิ๋นซีฮ่องเต้) เป็นสิ่งมหัศจรรย์หนึ่งของโลก เช่นเดียวกับกำแพงเมืองจีน สุสานของจอมจักรพรรดิตั้งอยู่ที่อำเภอหลินถง ทางตะวันออกของซีอาน กล่าวกันว่าเมื่อจอมจักรพรรดิขึ้นครองราชย์ ก็ได้เริ่มสร้างสุสานทันที มีประชาชนร่วมก่อสร้างมากกว่า 7 แสนคน ใครจะไปนึกละว่าใต้พื้นดินลงไปไม่กี่สิบเมตร จะมีมหาสุสานของจักรพรรดิราชวงศ์ ฉินผู้ยิ่งใหญ่ซ่อนอยู่ การเปิดอีกหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์จีนนี้เริ่มต้นจาก มีชาวนาบังเอิญพบกองทัพทหารดินเผาอยู่ใต้ดิน ขณะขุดดินเพื่อทำบ่อน้ำ สุสานที่เต็มไปด้วยหุ่นดินเผาของทหารและม้านับหมื่นคือส่วนหนึ่งของสุสาน “จิ๋นซีฮ่องเต้” ที่มีพระบัญชาให้สร้างมหาสุสานเพื่อเป็นที่พักผ่อนชั่วนิรันดร โดยใช้ช่างฝีมือและคนงานกว่าเจ็ดแสนคนปั้นหุ่นทหารจากแบบที่เป็นคนจริง เมื่อปั้นเสร็จคนที่เป็นแบบจะถูกสังหารให้วิญญาณมาสถิตในหุ่นเพื่อพิทักษ์สุสาน ทุกวันนี้ก็ยังไม่มีใครพบที่ฝังพระศพของจิ๋นซีฮ่องเต้ และที่นี่ก็กลายมาเป็นมรดกโลกที่ไม่ควรพลาดชม ปัจจุบันพื้นที่นี้ปรับเป็นพิพิธภัณฑ์ แบ่งเป็นหลุมขุดค้น 3 อาคาร ประกอบไปด้วยกองทัพทหารติดอาวุธครบมือ พร้อมขบวนรถม้าสำริด ภายใต้เพดานสุสานที่ยังหลงเหลือหลักฐานว่าประดับด้วยเพชรพลอย พาให้จินตนาการถึงกองทัพที่พร้อมด้วยไพร่พล และรถม้าศึกตกแต่งงดงามกำลังเคลื่อนขบวนใต้ท้องฟ้าดารดาษด้วยดวงดาว

    Drum Tower หอกลองอยู่ห่างจากหอระฆังไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ตรงข้ามกับจัตุรัสหอระฆังและจัตุรัสหอกลอง หอคอยทั้งสองได้ชื่อว่าเป็น “ตึกสองพี่น้อง” หรือ “ระฆังรุ่งอรุณและกลองรัตติกาล” เนื่องจากประเทศจีนในอดีต โดยเฉพาะราชวงศ์หยวนนั้น จะมีการตีกลองเพื่อบอกเวลาและเตือนภัยยามมีสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยการให้สัญญาณบอกเวลานั้น ยามเช้าใช้เสียงระฆัง และยามค่ำใช้เสียงกลอง หอกลองเมืองซีอานสร้างในปี ค.ศ. 1380 ซึ่งเป็นยุคการปกครองของฮองวูฮ่องเต้แห่งราชวงศ์หมิง ผ่านการบูรณะสองครั้งสองคราในราชวงศ์ชิง อาคารสองชั้นที่รับน้ำหนักด้วยผนังหลังนี้สูง 34 เมตร มีความยาวจากตะวันออกจรดตะวันตก 52.6 เมตร และความกว้างจากเหนือจรดใต้ 38 เมตร สถาปัตยกรรมของหอกลอง เป็นการผสมผสานระหว่างรูปแบบศิลปะราชวงศ์ถังและราชวงศ์ชิง รวมทั้งมีรายละเอียดของนวัตกรรมบางอย่างแต้มเติมอยู่ด้วย อย่างเช่น มีการอ้างว่าในหอกลองไม่มีการใช้ตะปูเหล็กสักตัวเดียว จุดเด่นของที่นี่คือกลองทั้ง 24 ใบบริเวณลานด้านทิศเหนือและทิศใต้ของลานระเบียงชั้นสอง กลองเหล่านี้ตั้งไว้เพื่อเป็นการบอกเวลาด้วยแสงอาทิตย์ในระยะ 24 โมงยาม ซึ่งเป็นปฏิทินแสดงสภาพอากาศแบบหนึ่งของจีนโบราณ ที่คิดค้นขึ้นมาเพื่อใช้ในการเกษตร จากลานกว้างนี้มองลงไปเห็นทัศนียภาพใจกลางเมืองของถนนรอบด้าน ชมบรรยากาศของถนนมุสลิมและสวนสวย

    เจดีย์ห่านป่าใหญ่(Big Wild Goose Pagoda) เจดีย์สูง7ชั้นโดดเด่นเป็นสง่า ที่มองเห็นมาแต่ไกลจากถนนทางตอนใต้ของเมือง คือเจดีย์ห่านป่าใหญ่ศาสนสถานโบราณ ที่แสดงถึงความรุ่งเรืองของพุทธศาสนาในแผ่นดินจีน หลังจากที่พระถังซำจั๋งเดินทางไปยังชมพูทวีป เพื่ออัญเชิญพระไตรปิฎกกลับมา ท่านก็ได้พำนักที่วัดต้าเฉียน และเป็นเจ้าอาวาสของวัดนี้ จากนั้นได้มีการสร้างเจดีย์5ชั้นภายในอาณาเขตวัด ภายหลังได้ถูกทำลายลงในสมัยพระนางอู่เจ๋อเทียน พระนางจึงมีพระบัญชาให้สร้างขึ้นใหม่เป็น10ชั้น ก่อนจะพังทลายจากแผ่นดินไหวเหลือเพียง7ชั้นดังที่เห็นในปัจจุบัน นอกจากเจดีย์ห่านป่าใหญ่ ซึ่งสามารถชมวิวข้างบนได้แล้ว ยังมีอนุสาวรีย์พระถังซำจั๋ง หอระฆังทางทิศตะวันออก หอกลองทางทิศตะวันตก พระอุโบสถที่ประดิษฐานพระพุทธรูป3องค์ หอพระถังซำจั๋งที่มีรูปปั้นสัมฤทธิ์ของท่านในท่านั่งสมาธิ การได้มานมัสการที่วิหารพันปีแห่งนี้จึงนับได้ว่าเป็นสิริมงคลต่อชีวิตอย่างยิ่ง

    อุทยานน้ำพุร้อนหัวชิง(Huaqing Hot Springs)หัวชิงฉือ อยู่บริเวณเชิงเขาหลี่ซาน ไม่ไกลจากสุสานกองทัพทหารดินเผาจิ๋นซีฮ่องเต้มากนัก นอกจากความงดงามของทัศนียภาพแล้ว ที่นี่ยังนับเป็นสถานที่แห่งประวัติศาสตร์กว่า 3,000 ปี ยิ่งถ้านับเฉพาะความเก่าแก่ของบ่อน้ำพุร้อนเองนั้น ต้องย้อนกลับไปถึง 6,000 ปีเลยทีเดียว ตามบันทึกว่าไว้ว่าพระราชวังน้ำพุร้อนหัวชิง สร้างตั้งแต่สมัยราชวงศ์โจวตะวันตก แล้วต่อเติมในภายหลังอีกหลายครั้งในสมัยฮ่องเต้พระองค์แรก ของราชวงศ์ชิง และฮั่นอู่ตี้แห่งราชวงศ์ฮั่นตะวันตก แต่คงไม่มียุคไหนที่ใช้งบประมาณในการแต่งเติมหัวชิงฉือ มากเท่าเสวียนจงฮ่องเต้แห่งราชวงศ์ถังอีกแล้ว ที่ทุ่มทุนสร้างพระราชวังแห่งนี้จนงดงามอลังการ ก็เพื่อให้เป็นที่พักผ่อนสุดโรแมนติกกับสนมลับ หยางกุ้ยเฟย สาวงามแห่งประวัติศาสตร์แดนมังกร ด้วยเหตุนี้ เสวียนจงฮ่องเต้จึงเดินทางไปหัวชิงฉือถึง 36 ครั้ง ในระยะเวลาการครองราชย์ 41 ปี การตกแต่งของตำหนักแห่งนี้ให้จินตนาการถึงบรรยากาศสรวงสรรค์ ด้วยสถาปัตยกรรมที่มีลวดลายวิจิตรถูกจัดวางให้กลมกลืนกับธรรมชาติ ทั้งขุนเขา หินผา มวลไม้หลายพันธุ์ และสวนประดับอันงดงามในหลายมุม จากบ่อน้ำใหญ่ที่มีปลาสีสวยแหวกว่าย ข้ามสะพานไปจะพบกลุ่มห้องอาบน้ำที่ผ่านประวัติศาสตร์ยาวไกล จนสิ้นสุดที่ยุคเจียงไคเช็ก ทั้งห้องรับแขกและห้องอาบน้ำที่มีอ่างหินอ่อนสีขาวยังคงการตกแต่ง และสภาพเดิมให้ได้ชม เลี้ยวขวาจากบริเวณนี้ลึกเข้าไปด้านในเป็นทะเลสาบเก้ามังกร มีขนาด 5,300 ตารางเมตร ดารดาษด้วยดอกบัวสีสวยที่หอมรวยริน รูปปั้นหินอ่อนสีขาวริมทะเลสาบคือรูปปั้นหยางกุ้ยเฟย สนมลับคนโปรดของเสวียนจงฮ่องเต้ ในอิริยาบถเพิ่งขึ้นจากอาบน้ำ ทะเลสาบใสกระจ่างดั่งกระจกเงาสะท้อนเรือนหลังเล็กหลังน้อยและมวลไม้ที่รายรอบ รวมถึงหอเฟ่ยฉวงทางทิศเหนือที่เคยเป็นตำหนักบรรทม ของเสวียนจงฮ่องเต้กับหยางกุ้ยเฟย

    Bell Towerหอระฆังเป็นดุจดั่งหัวใจของเมืองซีอาน เพราะตั้งอยู่ตรงศูนย์กลางของถนนทั้งสี่ทิศที่กระจายตัวออกไปยังตะวันออก ตะวันตก เหนือ และใต้ รวมทั้งเป็นจุดเชื่อมของประตูเมืองทั้งสี่แห่งราชวงศ์หมิง สร้างในปี ค.ศ. 1384 โดยจูหยวนจางฮ่องเต้ เพื่อให้เป็นศูนย์บังคับบัญชาการปกครองภูมิภาคโดยรอบ และเตรียมพร้อมป้องกันการจู่โจมของข้าศึก ด้วยเสียงกังวานก้องของระฆังจิ่งหยุนที่เคยทำหน้าที่สม่ำเสมอในราชวงศ์ถัง ก่อนจะแทนที่ด้วยระฆังขนาดเล็กกว่าที่หนักราว 5 ตัน ในราชวงศ์หมิง อาคารที่เต็มไปด้วยตำนานหลังนี้นับว่าเป็นหอคอยไม้โบราณที่ใหญ่ ที่สุด และมีสภาพสมบูรณ์ที่สุดในประเทศจีน ตัวหอคอยสูง 36 เมตร ฐานหอคอยที่ก่อด้วยอิฐแต่ละด้านนั้นมีความยาว 35.5 เมตร และสูง 8.6 เมตร ด้วยขนาดและความสำคัญในประวัติศาสตร์ของสถานที่แห่งนี้ สะท้อนได้เป็นอย่างดีว่า เพราะเหตุใดซีอานจึงได้ชื่อว่าเป็นเมืองทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน ในยุคราชวงศ์หมิงที่มีความสำคัญด้านการทหาร

    รูปภาพซีอาน